27 ธันวาคม 2564 กฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความสิทธิมนุษยชน ซึ่งรับหน้าที่เป็นทนายความให้กับผู้ชุมนุมราษฎร 4 คน ได้แก่ พริษฐ์ ชิวารักษ์ (เพนกวิน), จตุภัทร์ บุญภัทรรักษา (ไผ่), อานนท์ นำภา และภาณุพงศ์ จาดนอก (ไมค์) ได้โพสต์ข้อความแจ้งความจำนงค์ของผู้ชุมนุมทั้ง 4 คนต่อสาธารณะว่า

1. ภายหลังจากที่ผู้บริหารของศาลอาญาได้มีมติไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว (ประกันตัว) พวกเขาในระหว่างการพิจารณาคดีตามคำร้องขอของทนายความเมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2564 นั้น พวกเขาเห็นว่าเหตุผลของศาลอาญาไม่ชอบด้วยหลักกฎหมาย หลักยุติธรรม และไม่เป็นไปตามกติการะหว่างประเทศที่ไทยได้ให้สัตยาบันรับรองไว้ พวกเขาทั้งสี่เชื่อว่าการไม่อนุญาตให้เขาได้รับการประกันตัวไปสู้คดีอย่างเต็มที่นั้น เป็นการปิดโอกาสที่เขาจะสามารถพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของเขา และเป็นการพิพากษาเสียล่วงหน้าแล้วว่าพวกเขาเป็นผู้กระทำความผิด ด้วยเหตุผลข้างต้น พวกเขาทั้งสี่จึงขอประกาศว่านับจากนี้พวกเขาจะไม่ยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราว(ประกันตัว)ในระหว่างพิจารณาคดีต่อศาลอาญาอีก และจะไม่อนุญาตให้ทนายความและบุคคลใดไปดำเนินการดังกล่าวทั้งสิ้น

2. การตัดสินใจของพวกเขาทั้งสี่ไม่ผูกพันบรรดาผู้ต้องขังและนักโทษการเมืองที่ยังถูกจับกุมคุมขังและไม่ได้รับอนุญาตให้ประกันตัวคนอื่นแต่อย่างใด

3. พวกเขาทั้งสี่ยังยืนยันที่จะต่อสู้เพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศให้ไปสู่ประชาธิปไตยที่แท้จริง และยังยืนยันที่จะเรียกร้องให้มีการปฏิรูปประเทศนี้ตามแนวทางที่ได้ร่วมต่อสู้มาโดยตลอดโดยไม่หยุดยั้งไม่ว่าจะถูกคุมขังอยู่หรือไม่ก็ตาม

4. พวกเขาทั้งสี่ขอร่วมกันเรียกร้องให้มวลหมู่มิตรสหายที่ได้ร่วมต่อสู้ด้วยกันตลอดมาจงยืนหยัดในข้อเรียกร้องทั้ง 3 ประการ และต่อสู้ต่อไปตามแนวทางประชาธิปไตยโดยสงบ สันติวิธี ทั้งนี้พวกเขาทั้งสี่ขอยืนยันว่าพวกเขาทั้งสี่ขอเป็นกำลังใจและจะยืนหยัดต่อสู้กับพี่น้องข้างนอกด้วยกันตลอดไป

DRG ยืนยันว่าผู้ชุมนุมทางการเมืองที่ถูกฝ่ายผู้มีอำนาจรัฐแจ้งข้อหายัดคดีเพื่อกลั่นแกล้งกันนั้น ล้วนถือเป็นผู้บริสุทธิ์ต่อหน้ากฎหมาย ต้องไม่ถูกขังเยี่ยงนักโทษจนกว่าจะได้รับการพิพากษาอย่างถึงที่สุดแล้วว่ามีความผิด อีกทั้งก่อนหน้านี้พวกเขาก็ไม่เคยมีพฤติการณ์หลบหนี ยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน หรือก่ออันตรายอื่นใดถึงขนาดที่จะเข้าเกณฑ์ตามกฎหมายให้ต้องขังตัวไว้เลย พวกเขาต้องถูกปล่อยออกมาตั้งแต่ต้นด้วยซ้ำ ไม่จำเป็นต้องมาคอยเรียกร้องสิทธิประกันตัวกันถึงขนาดนี้เลย แต่ที่มาถึงจุดที่พวกเขาประกาศว่าจะไม่ยื่นขอประกันตัวอีก นั่นแสดงให้เห็นว่าศาลเหลือความเป็นผู้พิทักษ์กฎหมายอีกแล้ว แต่เป็นผู้เล่นการเมืองข้างผู้มีอำนาจอย่างเต็มตัว

จากนี้ต่อไป จึงไม่ใช่การขอให้ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย แต่เป็นการต่อสู้กันโดยเอาความชอบธรรม เอาความเป็นที่เคารพนับถือ เอาศักดิ์ศรีเป็นเดิมพัน ซึ่งหากศาลยังคิดว่าถ้าตัวเองสั่งขังไปเรื่อยๆ แบบนี้แล้วสุดท้ายฝ่ายราษฎรจะทนไม่ไหวแล้วยอมแพ้ไปเอง ก็เชิญคิดเช่นนั้นต่อไป แล้วมาดูกันว่าผู้มีอำนาจตัดสินผลแพ้ชนะ คือประชาชน จะพิพากษาพวกคุณอย่างไร

ดูเพิ่มเติม
https://www.facebook.com/krisadangpawadee.nutcharus/posts/5001441929886480