หมุด อนุสาวรีย์ สถานที่: 6 มรดกที่ถูกทำให้ “หายไป” ของคณะราษฎร
หลังจากการเปลี่ยนแปลงการปกครองในวันที่ 24 มิถุนายน 2475 คณะราษฎรได้ทำการปฏิรูปในทางการเมือง เศรษฐกิจ วัฒนธรรม ในหลายรูปแบบ เพื่อให้ประเทศไทยมีความก้าวหน้าทันสมัยขึ้น ลบล้างมรดกสมบูรณาญาสิทธิราชย์เดิมที่กษัตริย์เป็นสถาบันสูงสุด เพื่อยืนยันในหลักการที่ว่า “ทุกคนมีสิทธิเสมอหน้ากัน” ตามระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตย ที่มีรัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุด
แต่อย่างไรก็ตาม หลังคณะราษฎรหมดอำนาจและการโต้กลับของกลุ่มนิยมกษัตริย์ การขึ้นมาของรัฐบาล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ ในปี 2500 เป็นต้น เรื่อยมาจนถึงช่วงเวลาร่วมสมัยในปัจจุบัน ได้มีความพยายามในการถอดรื้อมรดกของคณะราษฎรอย่างต่อเนื่อง สิ่งที่คณะราษฎรสร้างขึ้นมาหลายสิ่งล้วนถูกทำให้หายไป เพื่อลบล้างประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับคณะราษฎรลดทอนคุณค่าประชาธิปไตยพร้อมสถาปนาอำนาจนำใหม่ที่มีศูนย์รวมอยู่ที่สถาบันกษัตริย์เฉกเช่นที่เราเห็นอยู่ในปัจจุบัน
DRG จะอยากชวนไปสำรวจ 6 มรดกของคณะราษฎร ที่ถูกทำให้ “หายไป”
มรดกคณะราษฎรสิ่งแรกที่ถูกทำให้หายไปคือ สิ่งของ สถานที่ หรือถาวรวัตถุ ที่เกี่ยวข้องกับคณะราษฎรนั้น ถูกทำให้หายไปหลายชิ้น บางอย่างถูกรื้อหรือถูกทุบทิ้ง บางอย่างถูกย้ายไปไว้ที่ใดก็มิอาจทราบ และบางอย่างก็ถูกทำให้หายไปอย่างไร้ร่องรอย ซึ่งหลายชิ้นเป็นถาวรวัตถุขนาดใหญ่อย่างเช่นอนุสาวรีย์ ก็ยังสามารถถูกทำให้สูญหายไปได้
ตัวอย่างเช่น ศาลาเฉลิมไทย ถูกรื้อในวันที่ 13 มกราคม 2532 อนุสาวรีย์รัฐธรรมนูญ บุรีรัมย์ ถูกทุบทิ้งในวันที่ 8 พฤษภาคม 2557 อนุเสาวรียพิทักษ์รัฐธรรมนูญถูกย้ายในวันที่ 28 ธันวาคม 2561 อนุสาวรีย์จอมพลป.ถูกย้ายในวันที่ 26 มกราคม 2563 อนุสาวรีย์พระยาพหลถูกย้ายในเดือนมกราคม 2563 ซึ่งหลายแห่งที่ถูกย้ายนั้นล้วนแล้วมิอาจทราบได้ว่าย้ายไปที่ใด หรือก็คืออนุสรณ์สถานเหล่านี้ได้ “สูญหาย” ไปแล้ว
หรือกรณีที่โด่งดังที่เกิดขึ้น คือการหายไปของ “หมุดคณะราษฎร” ที่อยู่ดี ๆ ก็สูญหายไปในเดือนมกราคม 2560 โดยมิอาจทราบได้แน่ชัดได้ว่าหายไปเมื่อไหร่ และใครเป็นผู้สั่งการดำเนินการให้รื้อถอนออกไป
ส่วนกรณีที่เป็นสถานที่ที่ยังคงมีการใช้งานในปัจจุบัน ไม่สามารถรื้อถอนออกไปได้นั้น หลายแห่งถูกทำให้หายไปผ่านการ “เปลี่ยนชื่อ” เพื่อให้ความยึดโยงกับคณะราษฎรในสถานที่นั้น ๆ ถูกลบเลือนไป
ตัวอย่างเช่น บ้านพักจอมพลป.จังหวัดเชียงราย ถูกเปลี่ยนชื่อเป็น “ศูนย์เรียนรู้ประวัติศาสตร์” ในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2563 ค่ายพหลโยธิน จังหวัดลพบุรี ถูกเปลี่ยนชื่อเป็น “ค่ายภูมิพล” ในวันที่ 24 มกราคม 2563 ค่ายพิบูลสงครามจังหวัดลพบุรี ถูกเปลี่ยนชื่อเป็น “ค่ายสิริกิติ์” ในวันเดียวกัน
จะเห็นได้ว่า การทำให้มรดกของคณะราษฎร “สูญหาย” และถูกทำให้ “ลืม” ไปจากประวัติศาสตร์และความทรงจำของสังคมนั้น ส่วนใหญ่ล้วนเกิดขึ้นภายหลังรัฐประหาร 2557 และ การเปลี่ยนรัชกาลอย่างมีนัยยะสำคัญว่าเพราะเหตุใดการถอดรื้อมรดกของคณะราษฎรจึงมีความเข้มข้นในยุคปัจจุบัน และใครเป็นผู้อยูเบื้องหลังการรื้อถอนเหล่านี้กันแน่ ?
แม้ว่ามรดกของคณะราษฎรในหลายชิ้นจะหายไป แต่ในส่วนของระบบการปกครองแบบ “ประชาธิปไตย” ที่มีรัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุด มีระบอบรัฐสภาและรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนนั้น คือมรดกทางความคิดของคณะราษฎรที่ยังคงอยู่ในปัจจุบัน เป็นความคิดที่มิอาจหยุดยั้ง เป็นปีศาจแห่งกาลและเวลาที่จะคอยหลอกหลอนชนชั้นนำไทยไม่ว่าหน้าไหนที่คิดจะลบล้างหลักการที่ว่า “อำนาจอธิปไตยเป็นของประชาชน”
มาร่วมกันรำลึกมรดกของคณะราษฎรที่หายไปได้ในวันที่ 24 มิถุนายน ติดตามรายละเอียดได้เร็ว ๆ นี้
อ้างอิง
https://prachatai.com/journal/2020/03/86941
https://thestandard.co/peoples-party-heritage/
https://www.bbc.com/thai/thailand-51519715